Published On: กุมภาพันธ์ 28, 2023Views: 750

ความแตกต่างระหว่างร่มกันแดดและร่มกันฝน

เลือกร่มกันแดดและร่มกันฝนอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

ความแตกต่างระหว่างร่มกันแดดและร่มกันฝน

ร่ม เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันตัวเราจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้เกือบทุกสถานการณ์ สามารถใช้ประโยชน์เป็นได้ทั้งร่มกันแดด ร่มกันลม และร่มกันฝน ทำให้ร่มกลายเป็นอุปกรณ์ที่เราต้องพกติดตัวในชีวิตประจำวัน และขาดไปไม่ได้เมื่อกำลังจะต้องก้าวเท้าออกจากบ้าน

นอกจากร่มจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องเราจากสภาพอากาศต่าง ๆ แล้ว ร่มยังได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ตกแต่งตามสถานที่ต่าง ๆ อุปกรณ์ประกอบฉาก หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ ที่ถูกสร้างสรรค์อยู่ในหลายประเทศทั่วโลก

ปัจจุบัน นักออกแบบและผลิตร่มได้มีการพัฒนาร่มให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้น ให้มีประเภทและรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองต่อการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ รวมไปถึงการใช้งานได้แบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น ร่มสนาม ร่มพับ ร่มกอล์ฟ ร่มชายหาด

ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้อร่ม ควรจะต้องพิจารณาถึงความต้องการใช้งานเป็นอันดับแรก ว่าเป็นร่มกันแดดหรือร่มกันฝน ต้องการพกพาสะดวก หรือมีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ หรือไม่ วันนี้ Flamingo Umbrella จะขอพาไปแนะนำความแตกต่างระหว่างร่มกันแดด และร่มกันฝนว่ามีความแตกต่างอย่างไร มีคุณสมบัติพิเศษในแต่ละรุ่นอย่างไรบ้าง ตลอดจนแนะนำการเลือกร่มให้เหมาะสมและตรงกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด

ความแตกต่างของร่มกันแดดกับร่มกันฝนที่คุณอาจไม่เคยรู้

  1. วัสดุผ้าร่ม
    โดยทั่วไปผ้าที่นำมาใช้ในการผลิตร่มนั้น จะมีคุณสมบัติในการกันน้ำและแห้งได้ไว เช่น ผ้าใยสังเคราะห์ประเภทโพลีเอสเตอร์ ผ้าไนลอน ผ้าร่มคูนิลอนหรือผ้าหนังเทียม และผ้าร่มนาโน ซึ่งผ้าร่มแต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป

    • ร่มกันแดด หากเป็นเน้นการพกพาประจำวันจะนิยมใช้ผ้าร่มโพลีเอสเตอร์และผ้าร่มนาโน เนื่องจากมีคุณสมบัติในการป้องกันแสงแดดได้ดี มีความทนทาน และมีน้ำหนักเบา ส่วนร่มกันแดดประเภทร่มสนาม และร่มชายหาดนั้น นิยมใช้ผ้าร่มคูนิลอนหรือผ้าหนังเทียม เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดได้ดีมาก แต่จะมีน้ำหนักมาก จึงนิยมใช้เฉพาะร่มที่มีขาตั้งไม่เหมาะกับการเคลื่อนย้าย
    • ร่มกันฝน โดยทั่วไปแล้วก็จะใช้วัสดุผ้าร่มไนลอน เนื่องจากมีสัมผัสที่นุ่ม มีน้ำหนักเบา และกันน้ำกันฝนได้ดี สามารถใช้ได้กับทั้งประเภทร่มพับและร่มตอนเดียว ซึ่งจะให้ความรู้สึกที่น่าสัมผัสกว่าผ้าร่มประเภทอื่น แต่จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันแดดได้น้อยกว่าผ้าร่มโพลีเอสเตอร์ ที่นิยมนำมาใช้ทำร่มกันฝนด้วยเช่นกัน โดยมีข้อดีที่มีความทนทานสูง ทำให้สามารถพกพาไปได้ในทุกสภาพอากาศ
  2. คุณสมบัติในการป้องกัน
    นอกเหนือจากประเภทผ้าที่มีคุณสมบัติภายในตัวเองแล้ว ยังมีส่วนของคุณสมบัติในการป้องกันอื่น ๆ ที่ร่มกันแดดแตกต่างกับร่มกันฝน เพราะมีความโดดเด่นที่ต่างกัน โดยที่ร่มกันแดด จะมีการเคลือบสารป้องกันรังสี UV ไว้อีกชั้นหนึ่ง หรืออาจจะมีการเคลือบมากกว่า 1 ชั้นขึ้นไปได้อีกด้วย เพื่อช่วยปกป้องเราจากแสงแดดและรังสีอัลตราไวโอเล็ตที่เป็นอันตรายต่อผิวเราได้เป็นอย่างดี ส่วนร่มกันฝน นอกจากคุณสมบัติของผ้าร่มที่สามารถกันฝนได้ดีแล้ว ส่วนของโครงร่มก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ร่มกันฝนแตกต่างไปจากร่มกันแดด เพราะร่มกันฝนต้องเน้นไปที่ความแข็งแรง ให้พร้อมรับมือกับสภาพฝนตกลมแรงได้โดยไม่ปลิวหรือพังได้
  3. รูปทรงและความสามารถในการพกพา
    โดยส่วนมากเราสามารถแบ่งประเภทของร่มได้ตามรูปทรง เป็น 2 ประเภทหลัก คือ ร่มตอนเดียว และร่มพับ ซึ่งทั้งร่มกันแดดและร่มกันฝนนั้นมีให้เลือกใช้งานได้ตามลักษณะการใช้งาน

    • ร่มตอนเดียว หากเป็นร่มกันแดดประเภทตอนเดียวอย่างร่มพรีเมียม และร่มกอล์ฟจะเป็นประเภทที่มีความสามารถในการป้องกันรังสี UV ได้สูง แต่จะไม่สะดวกพกพาติดกระเป๋า เหมาะกับการมีติดรถเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นได้ ส่วนร่มกันฝนประเภทตอนเดียว จะมีความแข็งแรงทนทาน สามารถกันฝนและกันลมได้ดี เพราะเป็นวัสดุที่เป็นโครงยาวไม่มีข้อต่อ
    • ร่มพับ สามารถแบ่งออกได้เป็นร่มพับ 2 ตอน ร่มพับ 3 ตอน และร่มพับ 5 ตอน โดยร่มที่มีจำนวนข้อต่อเยอะจะสามารถพกพาได้สะดวก เพราะมีขนาดเล็ก แต่จะมีข้อเสียตรงที่หากยิ่งข้อต่อเยอะก็จะลดทอนความแข็งแรงให้กับร่มของเราด้วย ดังนั้นร่มพับอาจเหมาะกับการใช้งานกับประเภทร่มกันแดดได้ดีกว่า เพราะพกพาสะดวกและสามารถใช้สารเคลือบ UV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากเป็นร่มพับประเภทร่มกันฝน อาจต้องเป็นการใช้งานที่เพื่อป้องกันฝนตกเบา เพราะหากมีลมแรงและฝนตกหนัก ร่มพับที่มีจำนวนหลายตอนอาจพังและปลิวได้

เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

  1. สำรวจความต้องการ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า ร่มกันแดดและร่มกันฝนมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ทำให้การจะเลือกซื้อร่มซักคันนั้น จำเป็นต้องสำรวจความต้องการหรือจุดประสงค์ที่ต้องการใช้งานก่อนเป็นอันดับแรกว่าต้องการใช้งานเพื่อเป็นร่มกันแดด หรือเป็นร่มกันฝน เพราะร่มแต่ละประเภทนั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน โดยที่หากต้องการเลือกร่มกันแดดให้ใช้งานได้ดีควรจะเน้นไปที่ความสามารถในการป้องกันรังสี UV ส่วนหากต้องการเลือกร่มกันฝนควรเน้นไปที่ความแข็งแรงของโครงร่มและผ้าร่ม เป็นต้น
  2. สำรวจไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน หลังจากเราเลือกร่มจากวัตถุประสงค์ในการใช้ได้แล้วนั้น การจะเลือกร่มที่เหมาะกับเรา จำเป็นจะต้องสำรวจไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของเราด้วย เพราะหากเรามีไลฟ์สไตล์ชอบเดินทางและต้องการความสะดวกในการพกพา การเลือกซื้อร่มที่มีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมากคงจะไม่สะดวกมากนัก และจะทำให้กลายเป็นภาระเพิ่มจนไม่อยากพกเอาไว้ติดตัว แต่หากมีไลฟ์สไตล์ที่เป็นผู้ขับขี่รถยนต์การพกร่มใหญ่ที่มีความแข็งแรง หรือความสามารถในการป้องกันแดด ลม และฝนได้ดีนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา
  3. สำรวจความแข็งแรง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เพราะไม่ว่าจะเลือกใช้ร่มกันแดดหรือร่มกันฝนก็จำเป็นต้องมีความแข็งแรงทนทานให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องพังระหว่างการใช้งาน เราสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยการลองกางร่มดูในส่วนของข้อต่อ โครงเหล็ก และการเย็บวัสดุผ้าร่ม ว่ามีความเรียบร้อยดีหรือไม่ ระหว่างตอนกางเปิด–ปิดมีความติดขัดหรือไม่ เป็นต้น
  4. สำรวจความชอบ แน่นอนว่าร่มก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของผู้ใช้งานได้ โดยในปัจจุบันก็มีร่มให้เลือกสรรได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นร่มสีเรียบ ร่มสีสันสดใส หรือร่มสกรีนลายต่าง ๆ ซึ่งหากเลือกร่มที่ชอบหรือตรงความต้องการก็จะทำให้อยากพกพา และมั่นใจในการใช้งานในทุกสถานการณ์ รวมไปถึงยังสามารถนำไปต่อยอดได้ หากไม่ได้ใช้งานเป็นร่มเพื่อป้องกันแดดหรือฝนแล้ว อาจใช้นำไปตกแต่งสถานที่ ใช้เป็นพร๊อบในการแต่งตัวก็ได้อีกเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าร่มที่เป็นอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่เราพกติดตัวกันจนคุ้นชินแล้วนั้น ก็ยังมีคุณสมบัติและรายละเอียดที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งก่อนทำการเลือกซื้อร่มมาใช้งานในชีวิตประจำวันนั้น ควรจะให้ความสำคัญในการเลือกร่มที่เหมาะกับเราก่อน เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน ให้สามารถปกป้องเราได้ในทุกสภาพอากาศได้อย่างดี หากใครกำลังมองหาร่มที่มีคุณภาพ ไม่ต้องห่วงว่าจะพังระหว่างช่วงฝนตกหนักลมแรง หรือซื้อมาแล้วต้องซื้อเปลี่ยนบ่อย ๆ เพราะพังง่ายนั้น ร่มจากแบรนด์ฟลามิงโก้ หรือ Flamingo Umbrella นั้นเป็นร่มสัญชาติไทยที่มีคุณภาพ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต และผลิตตามมาตรฐานเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามาอย่างยาวนาน ซึ่งเรามีให้บริการตั้งแต่ร่มแบบพร้อมส่ง หรือร่มส่งผลิตเพื่อให้เป็นของขวัญก็ได้เช่นกัน

สนใจสั่งซื้อร่มกันแดดและร่มกันฝน ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม Flamingo Umbrella
โรงงานผลิตร่ม อันดับ 1 ในประเทศไทย Flamingo Umbrella
โทร. 084 361 9978
LINE ID: @flamingoumbrella
Facebook : flamingoumbrella
E-mail : mail@flamingoumbrella.com

Published On: กุมภาพันธ์ 28, 2023

ความแตกต่างระหว่างร่มกันแดดและร่มกันฝน

เลือกร่มกันแดดและร่มกันฝนอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

ความแตกต่างระหว่างร่มกันแดดและร่มกันฝน

ร่ม เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันตัวเราจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้เกือบทุกสถานการณ์ สามารถใช้ประโยชน์เป็นได้ทั้งร่มกันแดด ร่มกันลม และร่มกันฝน ทำให้ร่มกลายเป็นอุปกรณ์ที่เราต้องพกติดตัวในชีวิตประจำวัน และขาดไปไม่ได้เมื่อกำลังจะต้องก้าวเท้าออกจากบ้าน

นอกจากร่มจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องเราจากสภาพอากาศต่าง ๆ แล้ว ร่มยังได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ตกแต่งตามสถานที่ต่าง ๆ อุปกรณ์ประกอบฉาก หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ ที่ถูกสร้างสรรค์อยู่ในหลายประเทศทั่วโลก

ปัจจุบัน นักออกแบบและผลิตร่มได้มีการพัฒนาร่มให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้น ให้มีประเภทและรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองต่อการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ รวมไปถึงการใช้งานได้แบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น ร่มสนาม ร่มพับ ร่มกอล์ฟ ร่มชายหาด

ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้อร่ม ควรจะต้องพิจารณาถึงความต้องการใช้งานเป็นอันดับแรก ว่าเป็นร่มกันแดดหรือร่มกันฝน ต้องการพกพาสะดวก หรือมีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ หรือไม่ วันนี้ Flamingo Umbrella จะขอพาไปแนะนำความแตกต่างระหว่างร่มกันแดด และร่มกันฝนว่ามีความแตกต่างอย่างไร มีคุณสมบัติพิเศษในแต่ละรุ่นอย่างไรบ้าง ตลอดจนแนะนำการเลือกร่มให้เหมาะสมและตรงกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด

ความแตกต่างของร่มกันแดดกับร่มกันฝนที่คุณอาจไม่เคยรู้

  1. วัสดุผ้าร่ม
    โดยทั่วไปผ้าที่นำมาใช้ในการผลิตร่มนั้น จะมีคุณสมบัติในการกันน้ำและแห้งได้ไว เช่น ผ้าใยสังเคราะห์ประเภทโพลีเอสเตอร์ ผ้าไนลอน ผ้าร่มคูนิลอนหรือผ้าหนังเทียม และผ้าร่มนาโน ซึ่งผ้าร่มแต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป

    • ร่มกันแดด หากเป็นเน้นการพกพาประจำวันจะนิยมใช้ผ้าร่มโพลีเอสเตอร์และผ้าร่มนาโน เนื่องจากมีคุณสมบัติในการป้องกันแสงแดดได้ดี มีความทนทาน และมีน้ำหนักเบา ส่วนร่มกันแดดประเภทร่มสนาม และร่มชายหาดนั้น นิยมใช้ผ้าร่มคูนิลอนหรือผ้าหนังเทียม เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดได้ดีมาก แต่จะมีน้ำหนักมาก จึงนิยมใช้เฉพาะร่มที่มีขาตั้งไม่เหมาะกับการเคลื่อนย้าย
    • ร่มกันฝน โดยทั่วไปแล้วก็จะใช้วัสดุผ้าร่มไนลอน เนื่องจากมีสัมผัสที่นุ่ม มีน้ำหนักเบา และกันน้ำกันฝนได้ดี สามารถใช้ได้กับทั้งประเภทร่มพับและร่มตอนเดียว ซึ่งจะให้ความรู้สึกที่น่าสัมผัสกว่าผ้าร่มประเภทอื่น แต่จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันแดดได้น้อยกว่าผ้าร่มโพลีเอสเตอร์ ที่นิยมนำมาใช้ทำร่มกันฝนด้วยเช่นกัน โดยมีข้อดีที่มีความทนทานสูง ทำให้สามารถพกพาไปได้ในทุกสภาพอากาศ
  2. คุณสมบัติในการป้องกัน
    นอกเหนือจากประเภทผ้าที่มีคุณสมบัติภายในตัวเองแล้ว ยังมีส่วนของคุณสมบัติในการป้องกันอื่น ๆ ที่ร่มกันแดดแตกต่างกับร่มกันฝน เพราะมีความโดดเด่นที่ต่างกัน โดยที่ร่มกันแดด จะมีการเคลือบสารป้องกันรังสี UV ไว้อีกชั้นหนึ่ง หรืออาจจะมีการเคลือบมากกว่า 1 ชั้นขึ้นไปได้อีกด้วย เพื่อช่วยปกป้องเราจากแสงแดดและรังสีอัลตราไวโอเล็ตที่เป็นอันตรายต่อผิวเราได้เป็นอย่างดี ส่วนร่มกันฝน นอกจากคุณสมบัติของผ้าร่มที่สามารถกันฝนได้ดีแล้ว ส่วนของโครงร่มก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ร่มกันฝนแตกต่างไปจากร่มกันแดด เพราะร่มกันฝนต้องเน้นไปที่ความแข็งแรง ให้พร้อมรับมือกับสภาพฝนตกลมแรงได้โดยไม่ปลิวหรือพังได้
  3. รูปทรงและความสามารถในการพกพา
    โดยส่วนมากเราสามารถแบ่งประเภทของร่มได้ตามรูปทรง เป็น 2 ประเภทหลัก คือ ร่มตอนเดียว และร่มพับ ซึ่งทั้งร่มกันแดดและร่มกันฝนนั้นมีให้เลือกใช้งานได้ตามลักษณะการใช้งาน

    • ร่มตอนเดียว หากเป็นร่มกันแดดประเภทตอนเดียวอย่างร่มพรีเมียม และร่มกอล์ฟจะเป็นประเภทที่มีความสามารถในการป้องกันรังสี UV ได้สูง แต่จะไม่สะดวกพกพาติดกระเป๋า เหมาะกับการมีติดรถเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นได้ ส่วนร่มกันฝนประเภทตอนเดียว จะมีความแข็งแรงทนทาน สามารถกันฝนและกันลมได้ดี เพราะเป็นวัสดุที่เป็นโครงยาวไม่มีข้อต่อ
    • ร่มพับ สามารถแบ่งออกได้เป็นร่มพับ 2 ตอน ร่มพับ 3 ตอน และร่มพับ 5 ตอน โดยร่มที่มีจำนวนข้อต่อเยอะจะสามารถพกพาได้สะดวก เพราะมีขนาดเล็ก แต่จะมีข้อเสียตรงที่หากยิ่งข้อต่อเยอะก็จะลดทอนความแข็งแรงให้กับร่มของเราด้วย ดังนั้นร่มพับอาจเหมาะกับการใช้งานกับประเภทร่มกันแดดได้ดีกว่า เพราะพกพาสะดวกและสามารถใช้สารเคลือบ UV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากเป็นร่มพับประเภทร่มกันฝน อาจต้องเป็นการใช้งานที่เพื่อป้องกันฝนตกเบา เพราะหากมีลมแรงและฝนตกหนัก ร่มพับที่มีจำนวนหลายตอนอาจพังและปลิวได้

เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

  1. สำรวจความต้องการ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า ร่มกันแดดและร่มกันฝนมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ทำให้การจะเลือกซื้อร่มซักคันนั้น จำเป็นต้องสำรวจความต้องการหรือจุดประสงค์ที่ต้องการใช้งานก่อนเป็นอันดับแรกว่าต้องการใช้งานเพื่อเป็นร่มกันแดด หรือเป็นร่มกันฝน เพราะร่มแต่ละประเภทนั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน โดยที่หากต้องการเลือกร่มกันแดดให้ใช้งานได้ดีควรจะเน้นไปที่ความสามารถในการป้องกันรังสี UV ส่วนหากต้องการเลือกร่มกันฝนควรเน้นไปที่ความแข็งแรงของโครงร่มและผ้าร่ม เป็นต้น
  2. สำรวจไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน หลังจากเราเลือกร่มจากวัตถุประสงค์ในการใช้ได้แล้วนั้น การจะเลือกร่มที่เหมาะกับเรา จำเป็นจะต้องสำรวจไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของเราด้วย เพราะหากเรามีไลฟ์สไตล์ชอบเดินทางและต้องการความสะดวกในการพกพา การเลือกซื้อร่มที่มีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมากคงจะไม่สะดวกมากนัก และจะทำให้กลายเป็นภาระเพิ่มจนไม่อยากพกเอาไว้ติดตัว แต่หากมีไลฟ์สไตล์ที่เป็นผู้ขับขี่รถยนต์การพกร่มใหญ่ที่มีความแข็งแรง หรือความสามารถในการป้องกันแดด ลม และฝนได้ดีนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา
  3. สำรวจความแข็งแรง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เพราะไม่ว่าจะเลือกใช้ร่มกันแดดหรือร่มกันฝนก็จำเป็นต้องมีความแข็งแรงทนทานให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องพังระหว่างการใช้งาน เราสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยการลองกางร่มดูในส่วนของข้อต่อ โครงเหล็ก และการเย็บวัสดุผ้าร่ม ว่ามีความเรียบร้อยดีหรือไม่ ระหว่างตอนกางเปิด–ปิดมีความติดขัดหรือไม่ เป็นต้น
  4. สำรวจความชอบ แน่นอนว่าร่มก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของผู้ใช้งานได้ โดยในปัจจุบันก็มีร่มให้เลือกสรรได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นร่มสีเรียบ ร่มสีสันสดใส หรือร่มสกรีนลายต่าง ๆ ซึ่งหากเลือกร่มที่ชอบหรือตรงความต้องการก็จะทำให้อยากพกพา และมั่นใจในการใช้งานในทุกสถานการณ์ รวมไปถึงยังสามารถนำไปต่อยอดได้ หากไม่ได้ใช้งานเป็นร่มเพื่อป้องกันแดดหรือฝนแล้ว อาจใช้นำไปตกแต่งสถานที่ ใช้เป็นพร๊อบในการแต่งตัวก็ได้อีกเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าร่มที่เป็นอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่เราพกติดตัวกันจนคุ้นชินแล้วนั้น ก็ยังมีคุณสมบัติและรายละเอียดที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งก่อนทำการเลือกซื้อร่มมาใช้งานในชีวิตประจำวันนั้น ควรจะให้ความสำคัญในการเลือกร่มที่เหมาะกับเราก่อน เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน ให้สามารถปกป้องเราได้ในทุกสภาพอากาศได้อย่างดี หากใครกำลังมองหาร่มที่มีคุณภาพ ไม่ต้องห่วงว่าจะพังระหว่างช่วงฝนตกหนักลมแรง หรือซื้อมาแล้วต้องซื้อเปลี่ยนบ่อย ๆ เพราะพังง่ายนั้น ร่มจากแบรนด์ฟลามิงโก้ หรือ Flamingo Umbrella นั้นเป็นร่มสัญชาติไทยที่มีคุณภาพ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต และผลิตตามมาตรฐานเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามาอย่างยาวนาน ซึ่งเรามีให้บริการตั้งแต่ร่มแบบพร้อมส่ง หรือร่มส่งผลิตเพื่อให้เป็นของขวัญก็ได้เช่นกัน

สนใจสั่งซื้อร่มกันแดดและร่มกันฝน ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม Flamingo Umbrella
โรงงานผลิตร่ม อันดับ 1 ในประเทศไทย Flamingo Umbrella
โทร. 084 361 9978
LINE ID: @flamingoumbrella
Facebook : flamingoumbrella
E-mail : mail@flamingoumbrella.com